ทำอย่างไรเมื่อลูกหลานถูกล่วงละเมิดทางเพศ

หนึ่งในสิ่งที่เป็นความกลัวของผู้ปกครองเด็กคือการที่ลูกตัวเองถูกล่วงละเมิดหรือถูกกระทำชำเราทางเพศ หากเรื่องเหล่านี้เคยเกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้นกับลูกของคุณ ความเงียบคือสิ่งที่บ่มเพาะความอับอายและการเกิดขึ้นซ้ำ


เมื่อเด็กรวบรวมความกล้าและเล่าถึงความรุนแรงที่เผชิญ ตัวอย่างของสิ่งที่คุณควรพูดกับเด็กคือ

“เราภูมิใจในตัวหนูนะที่เล่าให้ฟัง”

“เราเชื่อหนูนะ”

“มันไม่ใช่ความผิดหนูนะ”

“เราจะทำทุกอย่างที่ทำให้หนูปลอดภัย”


ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครก็ตาม ผู้ปกครองไม่ควรเก็บเรื่องเงียบหรือทำเหมือนไม่มีผู้ใดกระทำความผิดอันร้ายแรงต่อลูกของตน การที่คุณแค่รับรู้แต่ไม่เชื่อ ไม่หาทางออกร่วม และไม่เฝ้าระวังใดๆนั้นจะทำให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อความปลอดภัยทั้งทางกายและจิตใจของเด็ก

แทนที่จะเก็บเป็นความลับไว้กับตน ให้หาคนที่เชื่อใจและบอกถึงเหตุความรุนแรงที่ลูกตนเผชิญเพื่อการสนับสนุนทั้งเด็ก ตัวคุณเอง และครอบครัวจากคนใกล้ชิดเหล่านี้ที่ไว้ใจและพึ่งพิงได้ และที่ยิ่งสำคัญกว่าคือ ให้เวลาเด็กในการเยียวยาสภาวะทางจิตใจจากเหตุการณ์ที่ทิ้งบาดแผลทางใจไว้เหล่านี้


คุณควรจำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้ปกครองที่บกพร่องหากการล่วงละเมิดเกิดขึ้นกับลูกของคุณ คุณจะเป็นผู้ปกครองที่บกพร่องต่อหน้าที่ในการดูแลเลี้ยงดูลูกของคุณต่อเมื่อคุณไม่รับฟังลูก ไม่เชื่อว่าลูกถูกกระทำจริง กล่าวโทษลูกที่เป็นผู้ถูกกระทำ ปิดปากลูกเพราะกังวลใจว่าจะนำความอับอายมาแก่ครอบครัวหรือวงตระกูล รวมถึงเมินเฉยต่อบาดแผลและความรุนแรงที่ลูกคุณได้รับ


แทนการมองข้ามผู้ละเมิดตัวจริงและมองหาคนผิดอื่นโดยโทษว่าเป็นเพราะตัวคุณเองหรือลูกที่พลาดพลั้งไป ให้ตระหนักถึงความเป็นจริงว่าคุณไม่ใช่คนที่กระทำการละเมิด ไตร่ตรองว่าใครคือผู้กระทำความรุนแรงต่อลูกของคุณ หาทางเอาผิดผู้ร้าย และทบทวนแค่ว่าคุณจะช่วยทำให้ลูกปลอดภัย ปลอบโยน และเป็นกำลังใจให้ลูกคุณได้อย่างไร


ในฐานะผู้ดูแลเด็ก คุณสามารถเลือกที่จะอยู่เคียงข้าง คอยสนับสนุน และคุ้มครองผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของคุณได้ด้วยข้อมูลที่คุณมี ซึ่งผู้ปกครองเด็กทุกคนล้วนมีศักยภาพในการหยุดการเพิกเฉยต่อความรุนแรงที่เด็กเผชิญ การลดทอนความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศของเด็ก รวมถึงการทำให้การถูกกระทำความรุนแรงนี้กลายเป็นความอับอาย



3 views0 comments