เรื่องราวของเพื่อน #2

คำเตือน: การเหยียดเพศ การเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน การเลือกปฏิบัติ การคุกคามทางเพศ และการคุกคามด้วยเหตุแห่งเพศทางคำพูด


...


ตอนอายุ 33 ปี เราได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เนื่องจากหลักสูตรที่เราลงเรียนเป็นหลักสูตรนานาชาติ เราจึงมีเพื่อนเรียนร่วมชั้นทุกเพศ มีหลายศาสนา ซึ่งมาจากคนที่มีแบคกราวด์หลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เราเองคิดว่าที่นั่นต้องเปิดกว้างแน่ ๆ เพราะที่นั่นเป็นสถาบันที่เราเลือกเรียนด้านการทำงานประเด็นสังคม

ในชั้นเรียนเราจึงเผยว่าเป็นเลสเบี้ยน โดยเราก็มีเพื่อนสนิทเป็นเกย์ซึ่งมาจากแอฟริกาใต้ เราสองคนสนิทกันมาก ทำงานประเด็นเจนเดอร์และประเด็นคนที่มีความหลากหลายทางเพศเหมือนกัน ตอนนั้นในเมืองที่เราอยู่มีไพรด์ เรากับเพื่อนก็ได้ไปร่วมเดินไพรด์ด้วยกัน เพื่อน ๆ บางคนในชั้นก็สนใจกิจกรรมไพรด์ด้วย แต่ก็ไม่ได้เลือกเข้าร่วมไพรด์แต่อย่างใด เรากับเพื่อนสนิทคนนี้ เมื่อกลับมาถึงแคมปัส ก็มาเล่าให้เพื่อนบางคนฟัง เช้าวันถัดมา เราสองคนเริ่มรู้สึกว่ามีเพื่อนบางคน ที่เคยสนิทสนมกันทำตัวแปลก ๆ ไป เรารู้สึกมากว่า เราจะต้องทำอะไรผิดแน่ ๆ ต่อมาเราถึงรู้ว่า มันเป็นเพราะเรากับเพื่อนสนิทคนนั้นไปร่วมขบวนไพรด์นั่นเอง เราเห็นได้ชัดว่าเพื่อนผู้ชายบางคน มีอาการแสดงออกว่ารังเกียจ ซึ่งมันก็ทำให้เราค่อนข้างตกใจ แต่ที่พีคไปกว่านั้นก็คือ มีเพื่อนผู้หญิงสองคน ที่เดินมากระซิบข้างหูเราว่า “I will pray for you” หรือ ฉันจะขอพรให้เธอนะ เรานี่ถึงขั้นที่อึ้งไปเลย เพราะเรารู้ว่า การที่เราถูกปฏิบัติแบบนั้น เนื่องจากเพื่อนที่เคร่งศาสนาบางคน ไม่พอใจที่เราไปร่วมไพรด์ และสนับสนุนกระบวนการการเรียกร้องให้ LGBT+ เราก็อดทนมากที่ไม่ตอบโต้อะไรไป ได้แต่ปรับทุกข์กับเพื่อนที่เป็นเกย์คนนั้นด้วยว่า นี่มันคือการเหยียดเพศ ซึ่งต่อมาเหตุการณ์นี้ ก็ค่อย ๆ ยกระดับความรุนแรงเป็นการคุกคามทางเพศ เมื่อเราได้รับข้อความทักจากเพื่อนผู้ชายตอนประมาณตี 2-3 บ่อย ๆ เมื่อเราถามว่า มีอะไรจะคุยกับเรา เพื่อนผู้ชายคนนั้นก็ไม่ตอบ เป็นอยู่อย่างนี้หลายครั้ง จนเราต้องไปบอกกับอาจารย์ที่ปรึกษาเนื่องจากเราไม่สบายใจและเริ่มกลัว ผู้ชายคนนี้เมื่อถูกถามตรงไปตรงมาว่าทักเรามาทำไมตอนกลางคืน มันก็พูดประมาณว่า มันคิดว่าเราคิดมากไปเองรึเปล่า ถ้าหากมองมันเป็นแบบนั้น เพราะในวัฒนธรรมของประเทศมัน การที่เพื่อนผู้ชายจะคุยกับเพื่อนผู้หญิงด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เรารู้สึกว่าข้อความที่เป็นคำแก้ตัวของมัน เป็นอะไรที่แย่มาก เราเลยใช้วิธีการบล็อคแอคเคาท์ของมันไปเสียเลย และไม่ขอรับรู้อะไร เรารู้สึกว่าการทำแบบนี้ของมัน คือการลองเชิง ว่าเราที่เป็นเลสเบี้ยนจะสามารถเปลี่ยนไปชอบผู้ชายอย่างมันได้หรือไม่ ซึ่งสำหรับเรา เรารู้ดีว่า การกระทำของมัน มีเหตุเจตนาอย่างไร โชคดีที่เราไม่ได้ใช้เวลายาวนานมากกับคน ๆ นี้ในโรงเรียน เราจึงไม่ได้ผูกพันหรือเสียใจอะไร เพียงแต่เราไม่สบายในการจะต้องตกเป็นเป้าที่ให้ใครก็ตามเหยียดหยามหรือคุกคามเราได้ เพราะว่าเราเป็นเลสเบี้ยน มีบางครั้งที่เราได้รับข้อความจากเพื่อนผู้ชายที่เราไม่สนิทด้วยตอนกลางคืน บางคนบอกว่า เมื่อคืนฝันถึง และฝันว่ามีอะไรกันเลยด้วยซ้ำ เราว่า ถ้าตีความในแง่ของความหมาย มันก็อาจจะบอกได้ว่ามันไม่เป็นจริง ยังไม่ได้เกิดจริง ไม่น่าจะคิดมากไปเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับเรา เรารู้สึกมากเลยว่า พวกคนเหล่านี้นี่แหละที่ใช้ความคลุมเครือของคำพูดและความสัมพันธ์ของเพื่อนมาคุกคามและละเมิดเราด้วยเหตุที่เราเป็นเลสเบี้ยน


...


Graphic: Wictorxct

2 views0 comments