Child Grooming รู้ทันและเฝ้าระวังการเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ



การเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ (Child grooming) คือการใช้ความสนิทสนมไว้วางใจเพื่อเป้าหมายในการ ล่วงละเมิดเด็กหรือผู้เยาว์ อาชญากรจะพยายามตีสนิท กับเด็กและบุคคลรอบข้าง เช่น ผู้ปกครอง เพื่อให้ได้รับความไว้ใจจากทั้งเด็กและครอบครัวในการปล่อยเด็ก ให้อยู่กับตนตามลำพัง หรือให้ตนได้รับสิทธิในการเป็นผู้ดูแลเด็กเอง และในบางกรณีอาชญากรก็คือ ครู ผู้ปกครอง และญาติคนสนิทของเด็กเอง ด้วยเหตุนี้การเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ (Child grooming) จึงยากที่จะสังเกตุเห็น

และเด็กหรือผู้เยาว์ที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมประเภทนี้มัก จะไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้าง ซ้ำร้ายในบางกรณี ผู้เสียหายอาจไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิด

ทางเพศประเภทนี้เนื่องจากเข้าใจว่าความประพฤติขิงผู้ใหญ่นั้นเป็นพฤติกรรมปกติที่เกิดจากความสนิทสนมจากผู้ใหญ่ที่ตนไว้ใจ


ขั้นตอนการเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ (Child grooming)

1. กำหนดเป้าหมาย

อาชญากรมักจะเลือกเป้าหมายจากความเปราะบางของเด็ก เช่น เด็กที่ถูกทอดทิ้ง หรือเด็กที่มีปัญหากับครอบครัว เป็นต้น



2. สร้างความไว้ใจกับเด็กและผู้ปกครอง

อาชญากรจะตีสนิทกับผู้ปกครองเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจในการเข้าใกล้ถึงตัวเด็ก และตีสนิทกับเด็กด้วยการรวบรวมข้อมูลเพื่อสืบหาความต้องการของเด็กเพื่อจะหาทางตอบสนองความต้องการนั้น เช่น สืบหาหนังสือที่ชอบแล้วชวนคุยเรื่องนั้น


3. เติมเต็มความต้องการของเด็ก

อาชญากรจะพยายามเติมเต็มความต้องการของเด็กตามข้อมูลที่สืบมาได้ เช่น กระทำด้วยการซื้อของขวัญให้ ให้เงิน หรือให้เวลาในการรับปรึกษาปัญหาต่าง ๆ เมื่ออาชญากรเติมเต็มความต้องการของเด็กได้ก็มักจะเกิดความสัมพันธ์ที่สนิทสนม ในที่สุดอาชญากรจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในชีวิตเด็กคนนั้น

4. แยกเด็กออกจากคนรอบข้าง

อาชญากรมักจะหาโอกาสอยู่ลำพังกับเด็ก และใช้วิธีการเกลี้ยกล่อมให้เด็กเชื่อว่าตนเป็นผู้ที่รักและหวังดีกับเด็กอย่างที่สุด เป้าหมายคือทำให้เด็กคิดว่าตนได้รับความรักความเข้าใจแบบที่หาจากคนอื่นไม่ได้ ที่สุดแล้วเด็กจะถูกปลูกฝังความคิดที่ว่าไม่มีใครรักและหวังดีกับตนเท่านี้อีกแล้ว


5. ล่วงละเมิด

เมื่อความสัมพันธ์มีการไว้ใจและภาวะพึ่งพิงแล้ว อาชญากรจะใช้ประโยชน์จากความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเด็กและความไว้วางใจที่เด็กมีให้เพื่อการล่วงละเมิดทางเพศ อาชญากรอาจเริ่มล่วงละเมิดเด็กโดยผ่านการใช้คำพูด การถ่ายและส่งต่อภาพ หรือการสร้างสถานการณ์ที่ตนต้องการ เช่น หลอกล่อให้ถอดเสื้อผ้าเมื่ออยู่เพียงลำพัง



6. ควบคุมให้รักษาความลับ

เมื่อการล่วงละเมิดเกิดขึ้นในความสัมพันธ์แล้ว อาชญากรจะใช้วิธีการข่มขู่หรือกล่าวโทษเหยื่อเพื่อให้เด็กรักษาความลับไว้ อาชญากรจะบงการเหยื่อให้เชื่อว่าหากเปิดเผยความลับจะมีคนที่ต้องเดือดร้อน จะไม่มีใครเชื่อที่เหยื่อพูดและตนเป็นคนเดียวที่เหยื่อพึ่งพาได้ สุดท้ายแล้วผู้ที่ถูกล่วงละเมิดจะเชื่อว่าตนหมดหนทางนอกจากต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไปอย่างลับ ๆ และที่น่าหดหู่ยิ่งกว่าคือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเพศโดยที่ไม่รู้ตัวตัดสินใจรักษาความลับไว้เนื่องจากเป็นห่วงอาชญากรผู้ใคร่และล่อลวงเด็ก (Pedophile) เพราะคิดว่าความสัมพันธ์นี้เป็นความสัมพันธ์ที่ดีเพียงแต่คนอื่นคงไม่เข้าใจ



แม้การเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศมักจะมีลักษณะที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะมาในลักษณะที่เหมือนกันและเป็นขั้นตอนอย่างเห็นได้ชัด แต่ละกรณีอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามความเปราะบางของผู้เยาว์และคนรอบข้าง รวมไปถึงอาชญากรมักจะมีวิธีการเฉพาะของตน


ข้อสังเกตและขั้นตอนเบื้องต้นเป็นเพียงแนวทางเพื่อร่วมกันสังเกตสัญญาณอันตรายของการล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ผู้ปกครองควรที่จะคอยเป็นผู้สังเกตการณ์และดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดโดยเปิดใจถามไถ่ ชวนพูดคุย และรับฟังถึงความรู้สึกเด็กที่มีต่อคนรอบข้าง เมื่อเด็กมีความรู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจจากการกระทำอันใดที่ไม่สมควรของผู้ใหญ่รอบตัว ผู้สังเกตการณ์สามารถที่จะระแคะระคายใจได้ว่าผู้ใหญ่รอบตัวนั้นอาจมีความประพฤติที่ใช้อำนาจกดทับและละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งหากผู้กระทำนั้นเป็นอาชญากร เขาจะใช้อำนาจเหนือบังคับให้เด็กยินยอมประพฤติตามความต้องการด้วยกลวิธีที่ละเมิดสิทธิเด็กอย่างแนบเนียนโดยที่เด็กอาจไม่รู้ตัว ในที่นี้อาชญากรอาจเผยถึงความต้องการทางเพศของตนกับเด็กในภายหลังและสร้างความหวาดระแวงและความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยแก่เด็ก


การตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายต่อเด็ก เท่าทันผู้แสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก และเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมการทารุณกรรมทางเพศในเด็กเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศไม่ให้เกิดขึ้นแก่ผู้เยาว์ได้



82 views0 comments