Conversion Therapy : วิทยาศาสตร์จอมปลอมกับความรุนแรงที่เป็นจริงต่อชุมชนLGBTQIAN+


“ทําไมพวก LGBTQIAN+ จะต้องเรียกร้องเคลื่อนไหวอะไรกันตลอดเวลา ไม่เห็นเข้าใจเลย”

“แค่เรื่อง pronoun ทําไมจะต้องเซนซิทีฟขนาดนี้ด้วย”

“ร่างกายของผู้หญิงไม่มีทางแข็งแรงเท่าผู้ชายหรอกนะ ยังไงเธอก็เป็นผู้ชายไม่ได้หรอก”


ฉันได้ยินประโยคทิ่มแทงเหล่านี้จนเหมือนจะเป็นเรื่องปกติจากคนใกล้ตัวและจากสื่อมีเดียต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในหลายพันเหตุผลที่ทําให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศลุกขึ้นมาต่อสู้และเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของตนนั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อโอบกอดอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้เพื่อให้ประวัติศาสตร์อันยาวนานของการถูกกดขี่ข่มเหงทารุณกรรมอย่างไร้ซึ่งมนุษยธรรมสิ้นสุดลง จนถึงปัจจุบันความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นก็ยังไม่หายไปไหน หากแต่เพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเพียงเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่ยึดโยงและและถูกกระทำด้วยวิทยาศาสตร์ซึ่งถูกครอบงำด้วยระบบไบนารี อันเอื้อให้เกิดการใช้อำนาจทางการแพทย์เข้ามากดขี่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมาช้านาน และถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกถอดการรักเพศเดียวกันออกจากกลุ่มบัญชีโรคความผิดปกติทางจิตไปหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงมี "การบำบัดแก้เพศวิถี" แพร่หลายทั่วโลกอยู่


การบําบัดกลุ่ม LGBTQIAN+ : รักษาหรือปิดกั้นเสรีภาพ

กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจํานวนมากถูกตีตราว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาบำบัด เนื่องจากสังคมเชื่อว่าการรักหรือดึงดูดเพศเดียวกันเป็นการต่อต้านศาสนาอย่างรุนแรง จึงจำเป็นที่จะต้องถูก “แก้ไข” โดยการทําให้พวกเขากลับมามีเพศสภาพตรงตามเพศกำเนิด (sex assigned at birth)


ในยุคที่รักต่างเพศและอัตลักษณ์ตัวตนที่ผิดแผกออกไปจาก “ระบบชายจริงหญิงแท้”ยังไม่ถูกยอมรับในสังคม เพื่อดำรงรักษา “ความสงบ”และ “ความดีงาม” ตามบรรทัดฐานระบบเพศสองขั้วและระบอบปิตาธิปไตย กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจํานวนมากถูกตีตราว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาบำบัด เนื่องจากสังคมเชื่อว่าการรักหรือดึงดูดเพศเดียวกันเป็นการต่อต้านศาสนาอย่างรุนแรง จึงจำเป็นที่จะต้องถูก “แก้ไข” โดยการทําให้พวกเขากลับมามีเพศสภาพตรงตามเพศกำเนิด (sex assigned at birth) ผ่านการบําบัด (Gay Cure) โดยกระบวนการ “บำบัดรักษา” ประกอบไปด้วยการทารุณกรรมหลากหลายวิธีที่ปฎิบัติกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่ต่างจากหนูทดลองในห้องแล็บ อาทิ การใช้วิธีการผ่าตัดสมองบางส่วนออก (Lobotomy) การช็อตไฟฟ้า (electroconvulsive shock) การบังคับให้ใช้ยา การสะกดจิตหรือการบําบัดด้วยความเกลียดชังเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความนึกคิด (aversion therapy) เช่น การให้ผู้ป่วยที่เป็นเลสเบี้ยนหมกมุ่นกับการทํางานบ้าน โดยไม่ออกไปพบปะผู้คน ไม่พูดคุยกับผู้หญิง ให้อยู่กับเครื่องสําอางและสิ่งสวยงามเพราะเชื่อว่าจะทําให้พวกเขาเปลี่ยนไปชอบผู้ชายได้ และที่ร้ายแรงและน่ารังเกียจที่สุดคือการข่มขืนเพื่อแก้ไข (Corrective Rape)

บรรทัดฐานรักต่างเพศ และจริยธรรมวิชาชีพที่หายไป

กระบวนการบําบัดแก้ไขเพศวิถี ให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศกลับไปเป็น “ปกติ”ตามบรรทัดฐานรักต่างเพศ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดจริยธรรมวิชาชีพของผู้บำบัด ในระหว่างการบำบัดพบว่ากลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมักต้องเผชิญกับคําวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง การเหยียดเพศและความรุนแรงทางกายภาพจากบุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้




ศาสนามีบทบาทสำคัญในการสร้างความชอบทำให้กับกระบวนการบำบัด ในบางความเชื่อและศาสนาได้มีการตีตราบุคคลรักร่วมเพศว่าถูกสิงสู่โดยปีศาจจึงต้องมีการทำพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อขับไล่ปีศาจออกไป ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การก่อตั้งองค์กร CORE (Christian-based gay Cure organization) ที่อ้างความเชื่อทางศาสนาว่าผู้ที่รักเพศเดียวกันถือว่าขัดกับคําประสงค์ของพระเจ้า และการไม่สามารถให้กําเนิดบุตรได้เป็นบาป CORE เชื่อว่าศาสนาสามารถเป็นเครื่องมือบําบัดเพื่อเปลี่ยนคนที่รักเพศเดียวกันให้ “กลับมา”เป็นคนที่รักต่างเพศได้

ในปีค.ศ. 1994 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization:WHO) เองก็ยังระบุในคู่มือ​​วินิจฉัยและจำแนกประเภทโรคระหว่างประเทศว่า



“ผู้มีรสนิยมรักเพศเดียวกันถือเป็นความผิดปกติทางจิตเวชแบบถาวรซึ่งควรได้รับการรักษาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าว”


การกระทำขององค์การอนามัยโลกเปรียบเสมือนการส่งเสริมความเชื่อว่าตัวตน อัตลักษณ์และวิถีชีวิตของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ และเป็นการอนุญาตให้บุคลากรทางจิตวิทยาใช้มุมมองที่เต็มไปด้วยอคติทางเพศและกรอบของศาสนามาเป็นข้ออ้างเพื่อทำการบำบัดเพศวิถีต่อไป


กระบวนการบำบัดเพศวิถีนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงแล้วยังส่งผลโดยตรงอย่างกับสุขภาพจิตของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ปมบาดแผลทางจิตใจ(Trauma)จากการบำบัด ทำให้ผู้ถููกบำบัดมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับเช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล การไม่พึงพอใจในเพศสภาพของตน (Gender dysphoria) อาการผิดปกติทางจิตใจหลังจากประสบสถานการณ์รุนแรง(Post-traumatic stress disorder : PTSD) และในหลายครั้งนำไปสู่การจบชีวิตตนเอง แม้ว่าหลายประเทศจะยกเลิกหรือกำหนดให้การบำบัดเพศวิถีเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแล้ว แต่ในบางสังคม กระบวนการ “ซ่อม” ให้ผู้ที่อยู่ในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศกลับมาเป็น “ปกติ”ตามโครงสร้างระบบเพศสองขั้วและบรรทัดฐานรักต่างเพศก็ยังปรากฎให้เห็นอยู่



การโอบรับและแสดงออกอัตลักษณ์ตัวตนของตัวเองอย่างเปิดเผยสำหรับบางคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมทิ่มแทงคุณด้วยการบอกว่า สิ่งที่คุณเป็นนั้น ผิดปกติ น่ารังเกียจ น่าอับอาย เป็นบาป หรือไม่มีอยู่จริง ซ้ำไปซ้ำมา และที่ร้ายแรงกว่านั้นในบางครั้งที่คุณรวบรวมความกล้าจนสามารถแสดงออกซึ่งตัวตนของคุณในที่สาธารณะได้อย่างเต็มภาคภูมิ มันกลับนำมาซึ่งความรุนแรง และในบางครั้งนำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งๆที่การแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ตัวตนของตนเองนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ด้วยซ้ำ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเสียงของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจึงต้องได้รับการรับฟัง

ทำไมขบวนการเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ควรได้รับการมองเห็นและการสนับสนุน และอัตลักษณ์ตัวตนของพวกเขาที่แลกมาด้วยความความเจ็บปวดควรได้รับการยอมรับ และได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์




อ้างอิง


Carr, S., & Pezzella, A. (2017). Sickness, “sin” and discrimination: Examining a challenge for UK mental health nursing practice with lesbian, gay and bisexual people. Journal of Psychiatric and Mental Health Nursing, 24(7), 553-560. doi:10.1111/jpm.12402

Didyk, L. (2017, July 7). We Are “Critical Mad Perspectives” and Why Do They Matter? Toronto Mad Pride. http://www.torontomadpride.com/?s=psychiatric+treatment+


Kunzel, R. (2017). Queer history, mad history, and the politics of health.American Quarterly, 69(2), 315-319. doi:10.1353/aq.2017.0026


Mad Times (2017). Mission Statement. Toronto Mad Pride.

http://www.torontomadpride.com/?s=oppressive+institution+


Perone, A. K. (2014). The social construction of mental illness for lesbian, gay, bisexual, and transgender persons in the united states. London, England: SAGE Publications. doi:10.1177/1473325014543544


What Is Gender Dysphoria? (n.d.). American Psychiatric Association. https://www.psychiatry.org/patients-families/gender-dysphoria/what-is-gende r-dysphoria


...


Guest Writer: Hibernation

Editor: VFF Team


...


การผลิตสื่อชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนก้าวหน้า โดย Common School


131 views0 comments