Femmephobia : การออกสาวและการกีดกันความเป็นหญิงในชุมชน LGBTQIAN+

การอคติ/เกลียดชังความเป็นหญิง (Femmephobia) เป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นหญิง (Femininity) อย่างเป็นระบบ ต่อต้านความเป็นหญิงที่อยู่นอกแบบแผนของความเป็นหญิงในระบอบปิตาธิปไตย โดยการแสดงออกผ่านอคติและความเกลียดชังต่อผู้ที่มีการแสดงออกที่มีความเป็นหญิง (ออกสาว) ถูกมองว่ามีความเป็นหญิง มีสำนึกทางเพศเป็นหญิง หรือมีองค์ประกอบของความเป็นหญิงตามระบบเพศสองขั้ว (ชาย-หญิง) ภายใต้ปิตาธิปไตยโดยไม่ได้คำนึงถึงเพศหรือสำนึกทางเพศที่แท้จริงของพวกเขา


อาการ Femmephobia เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อคติ การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ และเป็นปัจจัยที่ค้ำจุนระบบเพศสองขั้ว การเหยียดเพศ อาชญากรรมด้วยความเกลียดชังกับชุมชนLGBTQIAN+ เช่นกัน เช่นเดียวกันกับการกดขี่รูปแบบอื่น Femmephobia มักถูกแสดงออกในลักษณะที่เป็นแบบอำนาจทับซ้อนโดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนเฉพาะกลุ่มโดยมีปัจจัยเรื่องสีผิว เชื้อชาติ ชนชั้นเข้ามาเกี่ยวด้วย เช่น ผู้หญิงข้ามเพศผิวดำ เควียร์ที่ถูกมองว่า “ออกสาว” ผู้หญิงชาวเอเชีย เป็นต้น

รูปแบบของอาการ Femmephobia

ความสัมพันธ์ทางเพศแบบ2 ขั้วภายใต้ปิตาธิปไตยนั้นดำเนินอยู่ภายใต้รูปแบบที่เชื่อมโยงกันระหว่างความเป็นหญิงที่รักษาค้ำจุนความเป็นชายแบบอำนาจนำ (Hegemonic masculinity) ในเวลาเดียวกัน โดยความเป็นชายที่มาอำนาจนำนั้นครอบคลุมถึง "สิทธิพิเศษของความเป็นชาย (Masculine Privilege)" "ความเป็นชายผู้ปกป้อง (Masculinity as protective)" และ "ความเป็นชายที่บรรทัดฐาน (Maculinity As norm)" ความเป็นหญิงภายใต้ระบอบปิตาธิปไตยอันได้แก่ "ความด้อยกว่าของความเป็นหญิง (Feminine Inferiority)" "ความเป็นหญิงที่เป็นเป้าหมาย (femininity as target)" และ "ความไม่ถูกต้องของความเป็นหญิง (feminine Inauthenticity)" ความเชื่อมโยงระหว่างความเป็นชาย-หญิงนี้ทำให้ femmephobia เป็นเครื่องมือสำคัญที่ค้ำยันระบบไบนารีที่กดทับทุกเพศไว้ สังคมปิตาธิปไตยควบคุมความเป็นหญิงมากกว่าความเป็นชาย เห็นได้ชัดจากการที่ผู้ที่เป็นเพศหญิงที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด (AFAB) ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าเพศชายที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด(AMAB) แสดงพฤติกรรมที่หลุดจากบทบาททางเพศ (Gender Role) หรือ AMAB ที่แสดงความเป็นหญิงจะมีความเสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งและทำร้ายมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น

  • การกีดกัน การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงกับผู้หญิงข้ามเพศ

  • การที่ผู้ปกครองนำบุตรหลานที่เป็น AMAB ไปบำบัด

  • การที่นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศที่แสดงความเป็นหญิงมักถูกหัวเราะและผลักให้เป็นตัวตลก

  • ในซีรีส์วายที่พยายามนำเสนอตัวเอกให้ไม่มีความ “สาวเกินไป”

  • การฆาตรกรรมด้วยความเกลียดชังผู้หญิงข้ามเพศ

  • การข่มขืนเพื่อความถูกต้อง (Corrective Rape)

โครงสร้างระบบปิตาธิปไตยเพศสองขั้วนั้นแทรกซึมและครอบงำชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยเช่นกันทำให้ภายในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศเอง ในบางครั้งยังคงอคติ จัดลำดับชั้นและกีดกันผู้ที่แสดงความเป็นหญิงอยู่ บ่อยครั้งที่ Internalized Femmephobia ส่งผลต่อสุขภาวะทางจิตใจและความเครียดของผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น

  • ในชุมชนเกย์ที่กีดกันและเลือกปฏิบัติกับ femme gay หรือเกย์ “ออกสาว” ในขณะเดียวกันก็เชิดชูและให้สิทธิพิเศษกับเกย์ที่แสดงออก “แมนๆ” อย่างไรก็ตามในบางครั้งการพฤติกรรม femmephobia ในชุมชนเกย์ยังเป็นกลไกการป้องกันตัวจากการถูกกระทำความรุนแรงด้วย

  • ในชุมชนเลสเบี้ยน Femmephobia ทำให้ตัวตนของเลสเบี้ยนถูกกดทับและถูกหลงลืมมากขึ้น จนในบางครั้งถูกกดดันให้แสดงความเป็นชายมากขึ้น (Butch up) ความเป็นหญิงของชุมชนเลสเบี้ยนมักถูกนำมาใช้โจมตี ตั้งคำถาม และตีตราเลสเบี้ยนว่ารสนิยมและอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเธอเป็นแค่เรื่องชั่วคราว

  • สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ หากพวกเธอไม่ได้แสดงออกถึงความเป็นหญิงตามแบบแผนปิตาธิปไตย (เข้ารับการผ่าตัด มีกิริยาอ่อนหวานเรียบร้อย รูปร่างเล็ก เสียงเล็ก) ก็จะไม่ถูกยอมรับ ถูกตีตรา มองว่าเป็นตัวตลก หรือถูกมองว่าล้อเลียนหรือลดทอนคุณค่าความเป็นหญิง Femmephobia ยังนำไปสู่ การเกลียดชังผู้หญิงข้ามเพศหรือ Transmisogyny

  • นอนไบนารีที่แสดงออกหรือมีสำนึกทางเพศบางส่วนเป็นหญิง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Demigirl) มักถูกผลักออกจากชุมชน ถูกหลงลืมหรือถูก Misgender หรือแม้กระทั่งสงสัยในสำนึกทางเพศส่วนที่เป็นหญิงของตนเอง

ผู้คนมีสิทธิที่จะมีการแสดงออกทางเพศ (Sexual Expressions) อย่างไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการโดยไม่จำเป็นต้องไปควบคู่กับอัตลักษณ์ทางเพศ สำนึกทางเพศ หรือรสนิยมทางเพศของพวกเขา
78 views0 comments