สัปดาห์ตระหนักถึงตัวตนเลสเบี้ยนกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศต่อชุมชนหญิงรักหญิง

"But the true feminist deals out of a lesbian consciousness whether or not she ever sleeps with women."
- Audre Lorde

วันที่ 26 เมษายนของทุกปีเป็นวันแรกของ "สัปดาห์ตระหนักถึงตัวตนเลสเบี้ยนสากล (Lesbian Visibility Week)" ผู้มีความหลากหลายทางเพศในแต่ละคอมมูนิตี้ต้องเผชิญกับการกดทับและความรุนแรงที่แตกต่างกันไป บ่อยครั้งการกดทับและความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพวกเขากลับถูกเพิกเฉยหรือมองข้ามไป เช่นเดียวกับเพื่อนในชุมชนเลสเบี้ยนที่เปราะบางและถูกผลักให้เผชิญกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ


ตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ในสหรัฐอเมริกา ความตื่นตระหนกทางศีลธรรม(Moral Panic) ภายใต้แนวคิดที่ว่าเลสเบี้ยนและเกย์เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ มีแนวโน้มที่จะฝักใฝ่ต่อคอมมิวนิสต์และยึดโยงอยู่กับความ “ไม่ซื่อสัตย์” เนื่องจากเกย์และเลสเบี้ยนมีความอ่อนไหวและสภาพทางจิตใจที่อ่อนแอต่อการถูกควบคุมชักจูงเป็นอย่างมากทำให้เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ คำว่า ความพรั่นพรึงลาเวนเดอร์ (Lavender scare) ถูกนำมาใช้นิยามปรากฎการณ์การเกลียดชังชุมชนเลสเบี้ยนในสหรัฐอเมริกา


เลสเบี้ยนและผู้มีความหลากหลายในสมัยนั้นถูกกดขี่อย่างเป็นระบบโดยการเลือกปฏิบัติของนโยบายของรัฐบาลที่มีลักษณะเกลียดกลัวผู้รักร่วมเพศ (Homophobia) ผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกไล่ออกจากงานและถูกปฎิเสธการจ้างงาน มีการบังคับตรวจคัดกรองทางจิตเวชและตีตราว่าผู้มีความหลากหลายเป็นผู้ป่วยทางจิต ซึ่งในตอนนั้นเลสเบี้ยนมีอัตราการถูกปลดออกจากงานและราชการสูงมาก ยกตัวอย่างเช่นในช่วงสมัยประธานาธิบดีทรูแมนที่เพิ่ม “การเบี่ยงเบนทางเพศ” เข้าไปในนโยบายและเกณฑ์การเข้าทำงานกับรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิธีที่ถูกนำมาใช้เพื่อ “ตรวจจับและกำจัด” ผู้มีความหลากหลายทางเพศ


การสอบสวนผู้มีความหลากหลายทางเพศมักพุ่งเป้าไปที่การสอบถามถึงชีวิตส่วนตัวและแนวโน้มการรักร่วมเพศ เช่นกรณีของ แมดเดอลิน เทรส ที่ผ่านการสอบสวนและยอมรับว่าเธอเป็นเลสเบี้ยนและไปเที่ยวที่บาร์เลสเบี้ยน เธอถูกบังคับให้ให้ออกจากงานและถูกล่าวหาอาจเกี่ยวข้องกับนาซีเยอรมัน

ความพรั่นพรึงลาเวนเดอร์เป็นเพียงความหวาดกลัวกลุ่มรักร่วมเพศอย่างไร้เหตุผลภายใต้ระบบชายเป็นใหญ่ที่กดทับเลสเบี้ยนและผู้มีความหลากหลายทางเพศ การเหมารวม การตีตราและความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยอ้างความชอบธรรมด้านศีลธรรมและความมั่นคงของชาติได้สร้างบาดแผลที่ไม่มีวันลบเลือนให้กับชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศมากว่าศตวรรษ



แม้ว่าจะผ่านมาหลายทศรรษ กาลเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้บางสังคมเริ่มโอบรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้นแล้ว แต่ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศทั้งเชิงโครงสร้างและปัจเจกยังคงเกิดขึ้นกับชุมชนเลสเบี้ยนอย่างต่อเนื่องและผลักพวกเธอให้เป็นคนชายขอบของสังคมต่อไป


การข่มขืนเพื่อความถูกต้อง

(Corrective Rape)

“เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ” “นิ้วเย็นๆหรือจะสู้เอ็นอุ่นๆ” หรือ “รอให้ลองกับผู้ชายก่อนเถอะ” ประโยคเหล่านี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนวัฒนธรรมข่มขืนและการเหยียดเพศแต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า เลสเบี้ยนมักถูกมองว่าเป็นความท้าทายสำหรับผู้ชายบางกลุ่มเพื่อ “เปลี่ยนใจแก้ไข” แนวคิดนี้ทำไปสู่ความรุนแรงและเป็นสาเหตุของอาชญากรรมแห่งความเกลียดชังอย่าง Corrective Rape หรือการ “แก้ไข” ให้เลสเบี้ยนมีรสนิยมรักต่างเพศหรือกลับมามีเพศสภาพตรงกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด และการข่มขืนเพื่อความถูกต้องถูกนำมาใช้เป็นวิธี”การบำบัดและแก้ปัญหา”รักร่วมเพศ



ถูกทำให้เป็นความคลั่งไคล้และวัตถุทางเพศ

(Objectification and Fetishization )

ความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนในสื่อส่วนมากถูกแสดงออกมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อผู้ชายโดยถูกประกอบสร้างผ่าน 'สายตาของผู้ชาย' (Male Gaze) ซึ่งฝังอยู่ในระบบชายเป็นใหญ่

เลสเบี้ยนถูกทำให้เป็นวัตถุทางเพศทั้งในชีวิตจริงและผ่านสื่อสาธารณะ ความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนในสื่อส่วนมากถูกแสดงออกมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อผู้ชายโดยถูกประกอบสร้างผ่าน 'สายตาของผู้ชาย' (Male Gaze) ซึ่งฝังอยู่ในระบบชายเป็นใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นในสื่อลามกที่มักนำเสนอความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนเพื่อประโยชน์ของผู้ชาย ซึ่งหมวดหมู่เลสเบี้ยนนั้นถือว่าเป็นหมวดหมู่สื่อลามกในเว็บ Pornhub ที่ถูกรับชมมากที่สุดมาตั้งแต่ปี 2015 การทำให้เลสเบี้ยนเป็นความคลั่งไคล้และวัตถุทางเพศนั้นมาจากระบบเพศสังคมที่ยกยอความเป็นชายทำให้พื้นฐานความสัมพันธ์ในสังคมถูกมองว่าต้องมีความเป็นชายค้ำจุนความสัมพันธ์ ต้องมีผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ แนวคิดพวกนี้อยู่บนพื้นฐานของระบบเพศสองขั้วที่มองว่าโลกนี้มีเพียงชายหญิงและเพิกเฉยต่ออัตลักษณ์ความหลากหลายโดยสิ้นเชิง


อาการเกลียดกลัวผู้รักร่วมเพศจากภายใน

(Internalized homophobia)

เลสเบี้ยนมักต้องเผชิญกับความรู้สึกด้านลบกับตัวเอง การปฎิเสธ การตีตราและการเกลียดชังอัตลักษณ์ของตนเองอันเนื่องมาจากโครงสร้างสังคม จากศาสนา วัฒนธรรม บรรทัดฐานและกรอบความคิดของสังคม และในบางครั้งยังถูกตีตราและแบ่งแยกจากชุมชนเลสเบี้ยนเอง วลีอย่าง เลสแท้ เลสเทียม เลสห้าดาว เลสหนึ่งดาว ถูกนำมาตีตราและใช้จัดลำดับชั้นคนในคอมมูนิตี้เลสเบี้ยนด้วยกันเอง ซึ่งการกระทำนี้กีดกันและสร้างบาดแผลให้กับคนบางกลุ่มในชุมชนเลสเบี้ยน ยกตัวอย่างเช่นเลสเบี้ยนที่มีความเป็นชายมากเกินไป อาจถูกเรียกว่าเลสเทียมหรือในกรณีที่ไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของ Butch & Femme โดยให้เหตุผลว่าเหมือนกับความสัมพันธ์รักต่างเพศมากเกินไป

อาการเกลียดกลัวผู้รักร่วมเพศ

(Homophobia)

การเกลียดกลัว อคติ รู้สึกไม่สบายใจหรือแม้กระทั่งรู้สึกไม่ไว้วางใจผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือผู้ที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันอย่างไร้เหตุผล สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ทัศนคติและความเชื่อเชิงลบที่เกี่ยวโยงกับการเกลียดชังหรืออคติต่อผู้ที่ไม่ได้ปฎิบัติตามบรรทัดฐานหญิงชาย การเลือกปฎิบัติ การตีตราจนไปถึงอาชญากรรมด้วยมูลเหตุแห่งความเกลียดชังและอคติบนพื้นฐานแห่งเพศ

การเหมารวม การเลือกปฎิบัติและความรุนแรง

(Stereotype, Discrimination, and Violence)

ความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนมักถูกเหมารวมว่าไม่จีรังยังยืน หรือต้องแสดงออกแบบ Butch & Femme เพียงเท่านั้น เช่นแนวคิดที่ว่า คนที่เป็นเลสเบี้ยนนั้น “แค่ยังไม่เจอผู้ชายที่ใช่ เจอเมื่อไหร่ก็แต่งงานมีลูกเอง”

เลสเบี้ยนต้องเผชิญกับการเหมารวม การตีตราและการเลือกปฎิบัติจากสังคมซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งอยู่บ่อยครั้ง ความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนมักถูกเหมารวมว่าไม่จีรังยังยืน หรือต้องแสดงออกแบบ Butch & Femme เพียงเท่านั้น เช่นแนวคิดที่ว่า คนที่เป็นเลสเบี้ยนนั้น “แค่ยังไม่เจอผู้ชายที่ใช่ เจอเมื่อไหร่ก็แต่งงานมีลูกเอง” ทั้งนี้สื่อมักแสดงความสัมพันธ์ของเลสเบี้ยนออกมาในลักษณะที่เป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo) หรือเรื่องที่ผิดศีลธรรม และการเป็นเลสเบี้ยนยังถูกทำให้ผิดกฎหมายอย่างน้อย 38 ประเทศในปัจจุบัน ทั้งนี้จากรายงานของ FBI ในปี 2007 พบว่าผู้มีความหลากหลายจำนวน 1,265 ราย ถูกกระทำความรุนแรงความเกลียดชัง โดยที่ 27% จากทั้งหมดของบุคคลที่ถูกกระทำความรุนแรงคือ เลสเบี้ยน










211 views0 comments