Misgender ไม่ใช่เรื่องตลก : อัตลักษณ์ทางเพศและความเจ็บปวดของผู้มีความหลากหลายทางเพศ

สำหรับคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ ผู้ที่มีสำนึกทางเพศที่หลากหลายลื่นไหลมากกว่าหญิงชาย และผู้มีความหลากหลายทางเพศ การเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนสรรพนาม (Gender Pronouns) ที่ต่างจากสรรพนามตามเพศที่ได้รับการกำหนดให้เมื่อแรกเกิดอาจเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา


หนึ่งในหลายความเจ็บปวดที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญคือการถูกกล่าวถึงด้วยเพศและสรรพนามที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด ถือเป็นการปฎิบัติตัวต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด หรือ Misgendering ซึ่งหมายถึงการที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกกล่าวถึงด้วยอัตลักษณ์ทางเพศที่ผิด การเรียกด้วยเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด การเรียกด้วยชื่อที่ไม่ได้อยากใช้ รวมไปถึงการใช้สรรพนามที่ผิดไปจากตัวตนของพวกเขา



เคยชินหรือตั้งใจ?

MISGENDER เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ?


หลายครั้งการปฎิบัติตัวต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิดเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ โดยอาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกหรือความเป็นหญิง-ชาย ตามบรรทัดฐานสังคม และความเคยชินจากระบบสองเพศ ส่งผลให้บุคคลถูก ‘คาดว่า’ เป็นเพศใดเพศหนึ่งระหว่างหญิงหรือชาย





ภาครัฐและราชการ :

การกีดกันผู้มีความหลากหลายทางเพศเชิงโครงสร้าง


ภาครัฐ ระบบราชการ สถาบันของภาครัฐเป็นตัวการสำคัญที่ปฎิบัติกับผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด เนื่องจากเอกสารราชการไม่สามารถระบุเพศนอกเหนือไปจากเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิดได้ ทำให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศจำเป็นต้องใช้คำนำหน้าที่ไม่ตรงตามอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขาเมื่อทำการติดต่อหน่วยงานหรือสถานที่ราชการ นอกจากนี้สำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศที่เป็นข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนในชุมชนข้ามเพศ (Transgender) แม้ว่าจะผ่าตัดเพื่อยืนยันเพศสภาพของตนเองไปแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำบัตรข้าราชการได้ ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้สิทธิของข้าราชการที่พวกเขาพึงมีเนื่องจากไม่มีเอกสารที่รับรองคุณวุฒิและวิชาชีพ


แบบประเมินในเว็บไซต์โรงเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ : Credit @BadStudent_

ความเจ็บปวดจากการถูกปฎิบัติตัวด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด มักเกิดขึ้นจากสถานที่ที่ล้วนจำเป็นต่อชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาล นักเรียนที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับอคติและถูกจัดให้เป็น "กลุ่มเสี่ยง" ตามแบบประเมินของกระทรวงศึกษาธิการ และบ่อยครั้งพวกเขาถูกผลักให้เผชิญกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศเนื่องจากสถาบันการศึกษาเลือกที่จะมองเพียงเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิดของพวกเขา และผลักให้พวกเขาเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงหรือไม่สบายใจ เช่น การให้นอนรวม การอาบน้ำรวมในโรงเรียนประจำหรือการไปเข้าค่าย รวมถึงการบังคับให้แต่งตัวตามเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิดอีก


Misgendering : เครื่องมือแสดงความเกลียดชังต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ


แม้ในบางครั้งการที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกปฎิบัติตัวด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด (Misgendering) อาจเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหลายครั้งการ Misgender ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกปฎิบัติและข่มขู่ คุกคามต่อชุมชนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ

และในบางครั้งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงความเกลียดชังต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ยกตัวอย่างเช่น กรณีการเรียก ม้า อรนภา ว่า "ลุง" หรือเรียกด้วยชื่อเก่า (Deadnaming) ของเธอ การใช้เพศสภาพเพื่อโจมตีและแสดงความเกลียดชังเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงอาการเกลียดกลัวคนข้ามเพศ (Transphobic)

องค์กรที่สำรวจชีวิตคนข้ามเพศในสหรัฐอเมริกา ( The 2015 U.S. Transgender Survey (USTS) ได้เปิดเผยผลสำรวจว่าคนข้ามเพศถูกคุกคามทางคำพูดเมื่อเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศร้อยละ 46 ในขณะเดียวกัน องค์กรที่ศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมและจิตใจของมนุษย์ The International Society for Self and Identity (ISSI) พบว่าคนข้ามเพศเกิดบาดแผลในใจอย่างรุนแรงจากการถูก Misgender ถึงร้อยละ 32.8 นอกจากนี้ร้อยละ 29 ของคนข้ามเพศในออสเตรเลีย ยังหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย เนื่องจากไม่อยากถูกค้นประวัติว่าเพศกำเนิดของตนเป็นอย่างไร เพราะกลัวคำพูดจากบุคลากรในโรงพยาบาลและการเลือกปฏิบัติทางเพศ


ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มีการกำหนดใช้ "กฎหมายสิทธิมนุษยชนแห่งนครนิวยอร์กเกี่ยวกับ

การเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของอัตลักษณ์หรือการแสดงออกทางเพศ" ระบุว่าการปฎิบัติตัวต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยวิธีเดียวกับเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด(misgendering) ด้วยความจงใจ มุ่งร้าย และคุกคาม อาจทำให้ถูกปรับได้สูงสุดถึง $250,000 ซึ่งการ ‘จงใจ’ ใช้สรรพนามและเรียกด้วยคำนำหน้าชื่อตามเพศที่ถูกกำหนดให้เมื่อกำเนิด โดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อกวนหรือล้อเลียนถือเป็นละเมิดและคุกคาม


ผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกผลักให้เป็นคนชายขอบในสังคมปัจจุบัน ถูกกดทับในเชิงระบบโครงสร้างสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อและในฐานะปัจเจก สิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของพวกเขาถูกรุกล้ำทั้งจากรัฐและสังคมรอบตัวที่ถืออภิสิทธิ์พิพากษาพวกเขา กำหนดสิ่งที่พวกเขาต้องเป็น การแสดงออกและปฎิเสธตัวตนพวกเขาราวกับเป็นเจ้าของชีวิต สำนึกทางเพศของพวกเขาเป็นของจริง ตัวตนของพวกเขาก็เป็นของจริง พวกเขามีเลือดเนื้อความเป็นมนุษย์เฉกเช่นเดียวกันกับทุกคนในสังคม


32 views0 comments