TERF : เฟมินิสต์ที่ไม่โอบรับความหลากหลายทางเพศ

การเคลื่อนไหวของเฟมินิสต์เดินทางก้าวข้ามผ่านการเวลามาอย่างยาวนาน จากการเรียกร้องการสิทธิของผู้หญิงในการโหวต การต่อสู้ของเฟมินิสต์ผิวดำ การเวลาสร้างความรุนแรงเข้มแข็งให้กับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่นเดียวกับความหลากหลายทางเพศที่ผลิบานตามกาลเวลา การต่อสู้ของเฟมินิสต์ในปัจจุบันยึดโยงกับการต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจซ้อนทับที่กดขี่คนในสังคมและโอบรับความหลากหลายลื่นไหลทางเพศและคนชายขอบโดยมีจุดหมายเพื่อความเท่าเทียมอย่างแท้จริงในสังคม


อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คำว่า TERF ปรากฏให้เห็นผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้ง ที่น่าใจสลายที่สุดคงเป็นนักเขียนวรรณกรรมในดวงใจใครหลายๆคนอย่าง เจ. เค โรลลิ่งที่เคยต่อสู้เพื่อสิทธิเกย์ออกมาทวิตสนับสนุนมายา ฟอร์สเทเทอร์ (Maya Forstater) ที่ถูกยุติสัญญาจ้าง เพราะว่าเผยแพร่ทวิตเตอร์ที่แสดงถึงการเกลียดกลัวคนข้ามเพศ (Transphobia) หรือเมื่อไม่นานมานี้ที่คนที่ระบุว่าตัวเองเป็นเฟมินิสต์แต่กลับต่อต้าน "ลอเรล ฮับบาร์ด" นักกีฬาข้ามเพศคนแรกของโลกในการแข่งขันโอลิมปิก


ทำความรู้จัก TERF

TERF ย่อมาจาก Trans-Exclusionary Radical Feminist หรือ กลุ่มเฟมินิสต์หัวรุนแรงที่กีดกันบุคคลข้ามเพศ แนวคิดของ TERF พุ่งเป้าไปที่คนข้ามเพศ (Transgender) ซึ่งเชื่อมโยงกับอาการเกลียดกลัวคนข้ามเพศ (Transphobia) และความเกลียดชังผู้หญิงข้ามเพศ (Transmisogyny) เนื่องจาก TERF มักพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงข้ามเพศ (Transwomen/Transfeminine)


TERF มองว่า “ผู้หญิงข้ามเพศไม่ใช่ผู้หญิง” และกีดกันผู้หญิงข้ามเพศออกจากความเป็นหญิง (womanhood) โดยมองว่าความเป็นหญิงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการกดขี่ “ตามเพศ” (sex-based oppression) เท่านั้น กล่าวคือความเป็นหญิงนั้นอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ร่วมที่เกี่ยวโยงกับลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปที่แพทย์ใช้กำหนดเป็นหญิงอย่าง อวัยวะเพศหญิง ช่อง​คลอด การมีลูก การมีประจำเดือนเป็นต้น และอ้างว่าผู้หญิงข้ามเพศทำให้ความเป็นหญิงสูญเสียอัตลักษณ์ความเป็นหญิงไป ในขณะเดียวกันก็มองผู้ชายข้ามเพศว่าเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นการปฏิเสธอัตลักษณ์ตัวตนและการมีอยู่ของคนข้ามเพศและผลักให้พวกเขาเป็นคนชายขอบอย่างร้ายแรงที่สุด


แล้วมันผิดยังไงล่ะ?

ผู้หญิงข้ามเพศถูกกีดกันและผลักให้เป็นคนชายขอบในสังคมมาโดยตลอด ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่ผลักให้ผู้หญิงข้ามเพศเป็นชายขอบนั้นคือการปฎิเสธความเป็นหญิงของผู้หญิงข้ามเพศ การกีดกันและปฎิเสธตัวตนของผู้หญิงข้ามเพศทำให้ผู้หญิงข้ามเพศต้องเผชิญกับความรุนแรงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการกดขี่จากโครงสร้างสังคม สถาบันและวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงข้ามเพศไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการ ทรัพยากร โอกาสและการบริการต่างๆได้ แนวคิดของ TERF เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับการกดขี่คนข้ามเพศนี้

ในขณะเดียวกัน ตัวตนของนอนไบนารีก็ถูกเพิกเฉยหลงลืม แนวคิดของกลุ่ม TERF มองว่าคนที่อยู่นอกไบนารีไม่เข้าใจและสับสนกับเรื่องเพศทางชีววิทยา ที่กลุ่ม TERF ยึดถือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับขบวนการของตนเอง การกระทำเช่นนี้เป็นการลบเลือนตัวตนของนอนไบนนารีออกไป


แนวคิดของ TERF ยังปฎิเสธความแตกต่างหลากหลายของความเป็นหญิง รวมถึงเพิกเฉยต่อประสบการณ์การถูกกดขี่ด้วยอำนาจทับซ้อน(Intersecting oppression)ที่บุคคลที่มีสำนึกความเป็นหญิงต้องพบเจอ เช่น ผู้หญิงผิวดำ ผู้หญิงเอเชีย ผู้หญิงผิวขาวถูกกดขี่ต่างกัน ผู้หญิงข้ามเพศ นอนไบนารีที่มีสำนึกทางเพศเป็นผู้หญิงมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เป็นต้น


แบบไหนที่เรียกว่า Terf

  • เฟมินิสต์หัวรุนแรงที่กีดกันบุคคลข้ามเพศ (TERF) มักระบุว่าตนเองเป็นนักวิจารณ์ทางเพศ (gender critical) เพื่อกีดกันและปฎิเสธตัวตนของกลุ่มคนข้ามเพศโดยอ้างถึง “ความเป็นหญิงทางชีววิทยา (Biological women)” หรือเน้นย้ำถึงความเป็นหญิงที่ยึดโยงอยู่กับอวัยวะเพศหญิง โครโมโซม XX

  • มองว่าผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาช่วงชิงพื้นที่และทรัพยากรของผู้ที่เป็นเพศกำเนิดหญิงเพศสภาพหญิง (Ciswomen) ในกรณีร้ายแรงคือมองว่าผู้หญิงข้ามเพศเข้าอยากเข้ามาล่วงละเมิดและคุกคาม Ciswomen

  • ปฎิเสธการมีอยู่ของผู้ชายข้ามเพศ มองข้ามอัตลักษณ์ตัวตนของผู้ชายข้ามเพศโดยคำนึงแค่เพศหญิงที่ถูกกำหนดให้เมื่อแรกเกิด

  • ปฎิเสธตัวตนและการมีอยู่ของนอนไบนารี

แนวคิดของ Terf เป็นบ่อนทำลายขบวนการเฟมินิสต์ และเป็นอันตรายต่อคนข้ามเพศและนอนไบนารี หัวใจสำคัญของเฟมินิสต์คือความเท่าเทียมทางเพศและการโอบรับความแตกต่างหลากหลาย การกีดกันคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกจากขบวนการไม่ใช่ความเท่าเทียมที่แท้จริงที่เฟมินิสต์ใฝ่หา

...


การผลิตสื่อชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนก้าวหน้า โดย Common School


54 views0 comments