Toxic Parenting การเลี้ยงดูลูกแบบเป็นพิษ ปัญหาครอบครัวที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

ครอบครัวเป็นสถาบันแรกสุดที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ และเป็นสถาบันที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการหล่อหลอมตัวตนของมนุษย์ การเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ญาติ หรือบุคคลอื่นๆ จึงส่งผลกับอารมณ์ วิธีคิด รวมถึงพฤติกรรมที่แสดงออก ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่ แต่ทว่าในสังคมไทย

เรากลับพบว่าวิธีการเลี้ยงลูกหลายรูปแบบซึ่งเกิดจากความหวังดีของผู้ปกครอง กลับไม่เป็นผลดีต่อลูก และสร้างความสัมพันธ์ที่. “เป็นพิษ” ระหว่างคนในครอบครัว


ความสัมพันธ์ในครอบครัวตั้งอยู่บนฐานอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ-แม่, พี่-น้อง และผู้ปกครอง-ลูก โดยผู้ปกครองใช้แหล่งอำนาจที่ตนมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ความอาวุโส รายได้ เพศ เข้ามาใช้อำนาจเหนือกว่า (Power Over) กับบุตรหลานของตนในหลายรูปแบบ เช่น การไม่รับฟัง (เป็นเด็กแล้วจะรู้อะไร) ตัดสินใจแทน (พ่อแม่อาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ว่าอะไรดี ไม่ดีกับลูก) ไปจนถึงการโน้มน้าว (ถ้าทำแบบนี้ พ่อแม่จะไม่รัก) การบังคับโดยมีเงินเป็นเงื่อนไข เช่น ผู้ปกครองขู่ว่าจะตัดเงิน/ ไม่ส่งเรียนต่อ ถ้าหากไปร่วมชุมนุม รวมไปถึงการใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ (Physical and Emotional Violence)


อำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างสองฝ่ายเปิดช่องให้ผู้ปกครองสามารถละเมิดสิทธิลูกได้ผ่านคำกล่าวอ้างที่ว่า “ที่ทำไปก็เพราะรัก” “ที่ดุก็เพราะอยากให้ลูกได้ดี” และคำพูดอื่น ๆ อีกมากที่ผู้ปกครองนำมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้อำนาจของตนที่ไปลิดรอนสิทธิของลูกพร้อมกับทำให้ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาเจอเป็นเรื่องปกติ ควาามเจ็บปวดจากผู้ปกครองเป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็ต้องเจอ


ความกตัญญู การเคารพผู้อาวุโส : ค่านิยมที่เป็นพิษ

หลักคิดเรื่องความกตัญญูยังเป็นเครื่องมือที่ผู้ใหญ่ใช้อำนาจเหนือกับเด็ก กล่าวคือ ความกตัญญูเป็นคำสอนที่ต้องการให้เด็ก “สำนึก” บุญคุณ ที่ผู้ปกครองใช้ความพยายามและเสีบสละอย่างมากในการเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมา การที่สังคมผลิตซ้ำและตอกย้ำค่านิยมดังกล่าวทำให้เด็กไม่กล้าแสดงความต้องการที่ขัดกับความเห็นของผู้ใหญ่ออกมา รวมไปถึงไม่กล้าแสดงความรู้สึกอย่างแท้จริงที่มีต่อผู้ปกครองออกมาทั้งกับตนเองและกับคนอื่น


สังคมไทยเป็นสังคมที่ให้คุณค่ากับความอาวุโสมาก ยิ่งอายุเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเป็นที่ยอมรับในสังคมและได้รับความเคารพมากเท่านั้น ผู้ที่มีอายุมากกว่ามักถูกมองว่าเป็นผู้มีประสบการณ์และมีความรู้มากกว่า ผู้ที่อายุน้อยกว่าจึงไม่ควรตั้งคำถามหรือขัดคำสั่งของคนเหล่านี้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นการไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ รวมไปถึง “หักหน้า” ผู้ที่อายุมากกว่า ความอาวุโสจึงเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผู้ปกครองใช้เป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเหนือเด็กและผู้ที่อายุต่ำกว่า ความอาวุโสเป็นสิ่งที่ค้ำจุนให้การใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจจากผู้ปกครองต่อเด็กยังคงดำเนินต่อไป


“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” การเลี้ยงดูแบบ Tiger Parenting


สุภาษิต “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการเลี้ยงลูกที่เป็นพิษในสังคมไทย ตัวสุภาษิตมีความหมายว่า ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนดี ก็ต้องรู้จักสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่เอาใจลูกจนเกินไป อย่าชมเดี๋ยวลูกจะเหลิง “รักลูกให้ตี” ชี้ให้เห็นถึงค่านิยมในสังคมว่าการใช้ความรุนแรงต่อเด็กเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ทั้งในครอบครัว และในโรงเรียน (ได้ดีเพราะไม้เรียว) สิ่งเหล่านี้ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยมาเป็นเวลานาน เด็กที่ผ่านการกระทำความรุนแรงในอดีตและได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบันจำนวนมากก็เห็นว่าการใช้ความรุนแรงเป็นสิ่งจำเป็นในการสั่งสอนคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในกรอบ ในศีลธรรม และอยู่ใต้อำนาจที่ผู้ใหญ่เป็นคนวางกฎเกณฑ์


ความรุนแรงที่อยู่ในสุภาษิตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทางร่างกาย แต่เป็นทางจิตใจด้วยเช่นกัน ในสังคมไทย ครอบครัวจำนวนมากใช้วิธีการเลี้ยงดูแบบ Tiger Parenting ซึ่งหมายถึงการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิตและบรรลุเป้าหมาย (ที่ผู้ปกครองต้องการ) ตัวอย่างเช่น การกดดันให้ลูกเรียนพิเศษตั้งแต่เด็ก ต้องสอบได้คะแนนดี ลูกต้องอยู่ในกฎระเบียบ ไปจนถึงการกำหนดคณะและอาชีพให้ลูกโดยมักจะหนีไม่พ้นอาชีพที่ได้ค่าตอบแทนสูงและได้รับการนับถือตามบรรทัดฐานของสังคมอย่างเช่น แพทย์ โดยไม่สนใจว่าความต้องการที่แท้จริงของลูกคืออะไร


การเลี้ยงดูรูปแบบนี้นอกจากจะไม่ได้เป็นการันตีความสำเร็จในชีวิตลูกแล้ว ยังสร้างความเครียดและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีความตึงเครียด ครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยที่ลูกสามารถแสดงความต้องการของตนได้อย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมที่แสดงออกต่อปัญหาและความสัมพันธ์ต่างๆ โดยสามารถมองย้อนกลับมาได้ถึงวิธีการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่สร้างบาดแผลในจิตใจตั้งแต่เด็กได้



สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือกรณีประสบความรุนแรงในครอบครัว สามารถแจ้งได้ที่

มูลนิธิสายเด็ก (Childline Thailand) : สายด่วนรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ : 1387 และ ไลน์ /ทวิตเตอร์ : @saidek1387

3 views0 comments